หมู่บ้านแม่กำปอง  Chiang Mai

ทริปนี้เกิดจากความบังเอิญที่ได้ไปเห็นรีวิวนึงที่พูดถึงเชียงใหม่หน้าฝนว่ามันดีงามและเขียวชะอุ่มแค่ไหน

ก็เลยกางปฏิทินและตารางงานดู อ้าว มีเวลาว่าง และนี่ก็หน้าฝน….  มารู้ตัวอีกทีก็จองตั๋วเสร็จแล้ว  แฮ่ะๆ ทริปนี้เลยเป็นทริปสั้นๆกะทัดรัด 4 วัน 3 คืน ที่เชียงใหม่ (หน้าฝนด้วย เย้!) แผนการเที่ยวทริปนี้เป็นอะไรที่การผสมผสานกันลงตัวมาก ได้ทั้ง Slow life / Adventure ป่ะ! ไปเที่ยวเชียงใหม่ด้วยกัน

  1. หมู่บ้านแม่กำปอง

ได้ยินคนพูดถึงหมู่บ้านนี้เยอะมาก เลยอยากมาเห็นมาสัมผัสด้วยตัวเอง และเราก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้ววว

ข้อดีของที่นี่คือเดินทางสะดวก ห่างจากเชียงใหม่แค่ 1 ชั่วโมงเอง ทางมาก็ไม่ได้คดเคี้ยวหรืออันตรายมากเท่าไหร่ สามารถเช่ารถแล้วเปิด GPS ขับมาเองก็ได้ 

ส่วนใครที่ไม่สะดวกขับรถมาเอง ก็สามารถติดต่อผู้ใหญ่บ้านหรือพ่อหลวง แล้วนัดให้รถชาวบ้านมารับและส่งที่สนามบินก็ได้ ทริปนี้เราอยากหากิจกรรมที่ตื่นเต้นๆเล่นด้วย เลยลองหาข้อมูลดูแล้วก็เจอเวปของ Flight of the Gibbon ที่นี่เป็นบริษัทที่มีกิจกรรม Adventure ให้เล่น อยู่แถวๆแม่กำปองพอดี มีขายเพคแกจโหนสลิงพร้อมนอนในหมู่บ้านแม่กำปองหนึ่งคืน ตรงตามที่ต้องการ เราก็เลยซื้อแพคเกจกับที่นี่ทีเดียวไปเลย ก่อนจะเล่นอะไรโลดโผนแบบนี้ สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องเช็คก็คือเรื่องระบบความปลอดภัย มันสำคัญมาก ที่กล้าเล่นเพราะที่นี่เรื่อง Safety มาเป็นอันดับหนึ่งเลย ในรีวิวก็มีแต่คนประทับใจกับบริการ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอทดลองบินเหินเวหาซักที มันคงไม่น่ากลัวเท่าไหร่มั้ง (นี่ปลอบใจตัวเองอยู่ 5555)

เราเลือกแพคเกจ 2 Days Gibbon Glider ราคาคนละ 5,798 บาท

ราคานี้รวมค่ารถรับส่งจากเชียงใหม่

เล่น ​Zip Line 30 ด่าน

นอนบ้านชาวบ้านที่หมู่บ้านแม่กำปอง 1 คืน + นวดไทย 1 ชั่วโมง

อาหาร3 มื้อ

เล่น Segway ที่เชียงใหม่ 2 ชั่วโมง

รวมประกันชีวิตเรียบร้อยแล้ว

ถ้าใครอยากมาเที่ยวแต่ในหมู่บ้านก็สามารถโทรติดต่อถามรายละเอียดเรื่องที่พักและรถรับส่งโดยตรงกับผู้ใหญ่บ้าน (พ่อหลวง) ได้ที่เบอร์นี้เลยค่ะ

085-6754598 ค่ารถรับส่งไปกลับหมู่บ้านจากสนามบินเชียงใหม่จะอยู่ที่  1600 บาท  (จำนวน 2-4 คน ) 

นอนคืนละ 520 บาท ต่อคน รวมอาหาร 3 มื้อ  ถ้านอน 2 คืน 900 บาทต่อคน รวมอาหาร 5 มื้อ

หมู่บ้านนี้ไม่ใหญ่มาก เดินสามชั่วโมงก็ทั่วละ อารมณ์จะประมาณว่ามีถนนเส้นหลักอยู่เส้นนึง แล้วสองข้างทางก็เป็นบ้านชาวบ้าน เป็นร้านข้าว ร้านกาแฟ ประมาณนี้  วาดแผนที่มาให้ดูด้วย จะได้นึกภาพออก เราได้นอน Homestay ที่อยู่ต้นๆหมู่บ้านเลย แต่ก็ดีนะ เพราะตรงนั้นเงียบสงบ แล้วก็ได้เดินสำรวจหมู่บ้านนี้ตั้งแต่ต้นทาง จะว่าไปก็เดินไกลเหมือนกัน แต่ชอบ เพราะไม่ได้รีบ เหมือนได้ออกกำลังกายไปด้วย รู้สึกมีประโยชน์ขึ้นมาทันที แฮ่ะๆ

บรรยากาศตอนเดินในหมู่บ้านเป็นอะไรที่ดีมาก ธรรมชาติที่นี่อุดมสมบูรณ์ ไอเย็นๆจากต้นไม้ใบหญ้ารอบๆตัวทำให้รู้สึกเย็นสบาย ได้สูดหายใจอากาศบริสุทธิ์ตลอดทาง ดีมากจริงๆตอนไปถึงตอนนั้นก็เที่ยงพอดี พวกเราเดินไปเรื่อยๆเจอร้านชื่อป้ายแดง ก็เลยแวะกินข้าวเที่ยงที่นี่ สั่งกระเพราหมูไข่ดาว รสชาติดีนะ จานละ 50 บาท อร่อยใช้ได้เลย 

พอท้องอิ่มก็ได้เวลาสำรวจต่อ เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ เจอบ้านไม้ มีลำธารเล็กๆไหลผ่านหน้าบ้าน โอ๊ย! อาการกำเริบอีกแล้ว อยากมีบ้านแบบเน้!! อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่กับธรรมชาติ คงจะดีไม่น้อย ระหว่างทางที่เดินไปเรื่อย สองข้างทางเราก็จะเห็นร้านน่ารักๆ อย่างร้านขายของชำที่ชื่อแมวดอยก็จะมีขายของที่ระลึก โปสการ์ดอะไรพวกนี้เต็มไปหมด แต่งร้านมุ้งมิ้งน่ารักดี  มีร้านกาแฟที่ชื่อลุงปุ๊ดป้าเป็ง ร้านนี้ขึ้นชื่อมาก ใครมาต้องแวะกันทุกคน ในร้านบรรยากาศสบายๆ แต่งเก๋ๆ

ถนนเส้นนี้จะมีทางแยกให้เข้าไปในหมู่บ้านได้ ลองถามคนแถวนั้นดูว่าหมู่บ้านไปทางไหน เดินเข้าไปก็จะเจอกับบ้านชาวบ้าน แต่ละบ้านก็จะขายของพื้นบ้านต่างๆ มีทั้ง ชา สมุนไพร กระจาด กระบุง เจอป้าใจดีสอนวิธีสานกระจาดด้วย ฝีมือสู้ป้าไม่ได้เลยจริงๆ 5555 เราชอบดูวิถีชีวิตคนท้องถิ่นมาก มันมีเสน่ห์ ประทับใจการอยู่แบบเรียบง่ายและพอเพียง

เราเดินไปเรื่อยๆ ร้านไหนน่านั่งก็แวะมันทุกร้านเลย ร้านกาแฟอีกร้านนึงที่ชอบก็คือร้าน Y life ตาลบอกว่ากาแฟอร่อย ขนมก็โอเคนะ วาฟเฟิลไม่หวานมาก รสชาติกำลังดี กินกับครีมยิ่งอร่อย ตอนนี้อย่าไปนึกถึงเรื่องอ้วน มีความสุขไปก่อน ที่ชอบคือจากที่นั่งชั้นสองตรงนี้ มองไปก็เจอแต่ความเขียวขจี ตอนที่ไปไม่มีคนเลยด้วย สบ๊ายย เรานั่งเล่น ถ่ายรูป คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้กันแบบเรื่อยเปื่อย ได้ใช้ชีวิตช้าๆ ไม่ต้องคิดถึงงาน แค่มีความสุขกับบรรยากาศและขนมตรงหน้า สูดหายใจให้อากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเยอะๆ ชอบตอนนั้นมากๆเลย : ) 

หลังจากกินกาแฟและขนมหมดแล้วก็เดินเล่นต่อ ทางมีแค่ถนนเส้นเดียว แต่ยาวๆเลย เดินไปเรื่อยๆ เจอลูกเป็ดเดินข้ามถนนด้วย 555 เราสนุกกับการถ่ายรูปดอกไม้ใบไม้แปลกๆริมทาง แล้วก็บังเอิญไปเจอกับดอกไม้ชนิดนึง หอมมากกกก กอไก่ล้านตัว หลงเสน่ห์กลิ่นนี้มากๆ หอมจนไม่รู้จะอธิบายยังไง

ใครเจอหน้าตาแบบนี้ขอให้ลองดมดูนะ แล้วจะเข้าใจ ชื่อดอกหอมหมื่นลี้ ชื่อมันใช่เลยอ่ะ ฮ่าๆ  เห็นโฮมสเตย์บางที่มีเต้นท์วางอยู่กลางบ้านด้วย อากาศดีๆแบบนี้นอนเต้นท์ก็คงจะฟินดีเหมือนกัน 

เดินไปเรื่อยๆก็ถึง ร้านชมนกชมไม้ เป็นร้านที่พูดเลยว่าห้ามพลาด วิวร้านนี้คือวิวมหาชนที่ทุกคนต้องมาถ่าย จริงๆมันก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวานะ แค่วิวหลังคาบ้านที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้เอง แต่อยู่ตรงนั้นแล้วมันฟิน อารมณ์แบบ เฮ้ย มุมนี้ไง เรามาถึงล้าวววว เดินขึ้นเขามาถึงตรงนี้ก็ใช้พลังงานพอสมควร หิวน้ำด้วย เราสั่งน้ำเสารสมากินแก้กระหาย หลังจากที่ดูดไปคำแรกก็รู้สึก สดชื่นหนักมาก! มันเปรี้ยวๆหวานๆ หายเหนื่อยเลยอ่ะ แล้วก็สั่งช๊อคหน้านิ่มมาแบ่งกันกิน ตอนนั่งอยู่ในร้านก็เห็นคนโน้นคนนี้แวะเวียนเข้ามาถ่ายรูปกับมุมนี้ เรานั่งเพลินๆก็ Snap บรรยากาศไปเรื่อยๆ

หลังจากที่หายเหนื่อยก็ออกจากร้านไปสำรวจต่อ เดินเพลินๆไปถึงสุดถนนเฉยเลย ตรงนี้เราจะเจอน้ำตกแม่กำปอง ยิ่งเดินเข้ามาด้านใน อากาศก็ยิ่งเย็นยะเยือก นั่งบนสะพานไม้ฟังเสียงน้ำตก ถอดรองเท้าเอาขาจุ่มลงไปในน้ำ โอ๊ย! น้ำเย็นเจี๊ยบเลย ฮ่าๆ นั่งเล่นอยู่ตรงนี้ชิวดี ลมพัดมาทีนึงใบไม้ก็โปรงปรายลงมา นึกว่าอยู่เกาหลี มองลงไปในน้ำมีปลาตัวเล็กตัวน้อยว่ายอยู่ด้วย 

เป็นอะไรไม่รู้มาน้ำตกแล้วอยากกินส้มตำอ่ะ เกี่ยวกันมั๊ยเนี่ย!555  มาถึงจุดนี้ก็คือสิ้นสุดถนนแล้ว นั่งเล่นได้ซักพักก็เดินกลับโฮมสเตย์ ระหว่างทาง ความอยากกินส้มตำยังคงอยู่ แล้วเราก็เจอกับเป้าหมาย เห็นร้านนึงติดป้ายว่าร้านไส้อั่วแม่นิ่ม ลองถามแม่ค้าดู “พี่ๆมีส้มตำมั๊ยคะ” ปรากฏว่ามีด้วย เย้ๆ ดีใจสุดๆ ก็เลยได้กินส้มตำอร่อยๆกับไส้อั่วสมใจ

มานั่งนึกๆดูนี่ก็แวะกินตลอดทางเลยนะ 5555 ระหว่างทางกลับก็เดินไปเรื่อยๆ รู้สึกทางมันไกลว่าเดิมยังไงก็ไม่รู้ อาจเป็นเพราะตัวหนักขึ้นก็เป็นได้ ในที่สุดก็ถึงที่พักซักที เจ้าของบ้านชื่อพี่ปุ๊ก เค้าบอกว่าให้เรียกแม่ปุ๊กก็ได้ แม่ปุ๊กหน้าตาใจดี ยิ้มแย้มเดินออกมาต้อนรับ ถามไถ่ว่าหิวข้าวกันรึยัง เรายิ้มและตอบกลับว่ายังไม่หิวเลยค่ะ แอบคิดในใจว่า จะหิวได้ยังไงคะพี่ พวกหนูกินตลอดตั้งแต่มาถึงยังไม่หยุดเลยค่ะ! มองไปที่เพิงแถวหน้าบ้าน เห็นแม่ปุ๊กกำลังเตรียมทำกับข้าวมื้อเย็นให้พวกทาน มื้อนี้ต้องอร่อยเหาะแน่ๆ เป็นกะทะเตาถ่านซะด้วย ^^

ความน่ารักเป็นกันเองของชาวบ้าน ทำให้เรารู้สึกสบายใจและมีความสุขมาก ที่นี่คือบ้านที่ชาวบ้านอยู่กันจริงๆเลย เดินขึ้นบันไดไปก็จะเจอห้องน้ำและห้องของเค้า ส่วนห้องของพวกเราขึ้นไปอีกชั้นนึง พื้นที่ตรงกลางมีโต๊ะทานข้าว ด้านข้างจะเป็นห้องนอนสองห้องนอนติดกัน แต่เราไปกันสามคน ก็เลยขอนอนด้วยกันห้องเดียว

กลิ่นเตาถ่านและกลิ่นอาหารหอมๆโชยขึ้นมาชั้นบน จากที่อิ่มๆอยู่หิวขึ้นมาเลย อาหารเย็นมื้อนี้อร่อยมากๆ มีไส้อั่วทำเอง รสชาติกลมกล่อม น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ผักกาดจอ โอ๊ย ดูรูปแล้วหิว!  

ท้องฟ้ามืดแล้ว อากาศจากที่เย็นๆก็เริ่มหนาว ดีงามมากๆค่ะ แบบนี้แหละที่ต้องการ นี่ตั้งใจไม่เอาเสื้อหนาวมาเลยนะ อยากฟินและรู้สึกดื่มด่ำกับความหนาวให้เต็มที่เลย ทริปนี้จิ๊บ เพื่อนที่เรียนเซนต์โยด้วยกันตั้งแต่เด็กมาด้วย ก็เลยได้นั่งรำลึกความหลังคุยเรื่องตอนเด็กๆกันสนุกไปเลย หลังจากที่อาหารเริ่มย่อย อาบน้ำอาบท่ากันเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาที่ชอบที่สุด

 

แม่ปุ๊กพาเพื่อนอีกสองคนเดินขึ้นมา กางเตียงและหมอนตรงพื้นที่ๆว่างอยู่ ทำให้ชั้นสองของบ้านกลายร่างเป็นร้านนวดย่อมๆ 5555 เดินเมื่อยมาทั้งวันได้นวดสบายๆก็ค่อยยังชั่วหน่อย ระหว่างนวดก็คุยกับคนนวดไปเรื่อยๆ ยิ่งคุยก็ยิ่งเข้าใจว่าที่หมู่บ้านแม่กำปองยังคงความเป็นธรรมชาติได้ดีถึงตอนนี้ ก็เพราะผู้นำหมู่บ้านสอนให้คนในหมู่บ้าน รักและดูแลรักษาอนุรักษ์ป่าไม้และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมให้ยังคงอยู่ ประทับใจมากๆ หลังจากนวดไปได้ซักพักฝนก็เริ่มตก จากเสียงเปาะแปะๆก็กลายเป็นเสียงซู่ๆ ฝนตกเริ่มหนักแล้ว ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ หนาวจนพวกเราต้องขอผ้าห่มมาห่มเลยอ่ะ แล้วจู่ๆสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...

 

พรึบ! ไฟทั้งหมู่บ้านดับลง ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดสนิท มืดจริงๆ มองไม่เห็นอะไรเลย ได้ยินแต่เสียงฝน พวกเราหัวเราะออกมาพร้อมกันโดยไม่ตั้งใจ  คิดว่าอีก50ปีข้างหน้า ก็คงจะจำความรู้สึกตอนนี้ได้ เรานอนยิ้มอยู่ในความมืด สนุกจังได้นอนนวดท่ามกลางอากาศหนาวๆ ในความมืด โสตประสาทตาไม่ต้องทำงาน ประสาทหูก็เลยทำงานได้ดียิ่งขึ้น เสียงจิ้งหรีดเรไรที่พยายามร้องแข่งกับเสียงฝนตกเพราะจัง ชอบแบบนี้ที่สุดเลย “แม่ หนูกลัวววว”

เสียงเด็กน้อยร้องขึ้นมา ลูกของพี่คนนึงที่มานวดให้คงเห็นว่ามืดนานเกินไปแล้ว เลยชักกลัว พี่เค้าก็เลยขอตัวลุกไปหยิบเทียนมาจุด แสงไฟจากเทียนทำให้บรรยากาศโรแมนติิคขึ้นมาเลย หันไปมอง อ้าว พี่ นี่มันเทียนพรรษานิ! 5555

 

หลังจากนวดเสร็จก็ถึงเวลาเข้านอน ไฟยังไม่มาเลย เราใช้ไฟจากโทรศัพท์ส่องให้แสงสว่างและกางมุ้งในห้องนอน นอนเบียดๆกันสามคนอุ่นใจดี

 “แกๆ คืนนี้ชั้นต้องฝันดี ฝันว่าไปวิ่งเล่นในสวนดอกไม้แน่ๆเลย” “ทำไมวะ” จิ๊บถาม อยากรู้เพราะอะไร เงยหน้าไปมองข้างบนสิ 5555555

แล้วเสียงเพลงเพลงนึงก็แว่วขึ้นมาในใจ ปลูกดอกกุหลาบแดงไว้เพื่อเธอ 9999 ดอก ♪ ♫ ♬ "จิ๊บๆ เอามือถือถ่ายมุ้งลายกุหลาบนี่ให้หน่อยดิ จะเก็บไว้ดูเป็นที่ระลึก" จิ๊บหัวเราะพร้อมทั้งหยิบมือถือมาถ่ายรูปให้อย่างว่าง่าย และนี่ก็คือที่มาของภาพๆนี้  

อาหารเช้าวันนี้เป็นข้าวไข่เจียวหอมๆ ต้มวุ้นเส้นแล้วก็ฟักหวาน อร่อยมากอีกแล้ว มื้อนี้กินเยอะเลย เพราะเดี๋ยวต้องไปโหนสลิง “พอถึงเวลาจริงๆ ชักจะกลัวแล้วว่ะ” เราบอกตาลกับจิ๊บ ทุกคนก็คิดเหมือนกัน คือไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นยังไงเพราะไม่มีใครเคยเล่นมาก่อน ก่อนจะไปเล่นโลดโผนเอาแผนที่ในหมู่บ้านแม่กำปองมาฝากนะคะ เผื่อจะมีประโยชน์ : )

2. เล่น Zipline  Flight of the Gibbon

หลังจากที่รถของ Flight of the Gibbon มารับหน้าบ้าน เราก็ร่ำลากับแม่ปุ๊กพร้อมทั้งขอบคุณที่ต้อนรับและดูแลพวกเราอย่างดี แล้วช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นก็มาถึง ไปถึงที่บริษัท พวกเราลงจากรถ สิ่งแรกที่ทำก็คืิอเซ็นเอกสารเรื่องความปลอดภัยก่อนเป็นอันดับแรก เก็บกระเป๋าในล๊อคเกอร์ ใส่อุปกรณ์เซฟตี้ แล้วก็พร้อมออกเดินทาง กล้องสามารถเอาไปด้วยได้นะคะ โอ๊ย ตื่นเต้นๆๆๆๆ

รถตู้พาเราไปยังจุดที่จะโหนสลิง ในกรุ๊ปก็จะมีฝรั่งอีกสองคู่ รวมพวกเราด้วยเป็น7คน ทุกคนดูตื่นเต้นกับกิจกรรมที่รออยู่ข้างหน้า ไปถึงก็จะมีคนสอนเรื่องความปลอดภัยว่าห้ามทำอะไรมั่ง แล้วก็เริ่ม! อยู่ดีๆก็ให้โหนเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ความรู้สึกแรกโคดกลัวเลย แต่พอโดดไปเท่านั้นแหละ ชอบบบบบ มันจะน่ากลัวตอนแรกนิดนึงเพราะเราต้องโดดลงไป แต่มันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น พอโดดไปปุ๊ป ตัวเราก็จะเลื่อนไปข้างหน้าเรื่อยๆตามแรงโน้มถ่วงของโลก มันเลื่อนไปแนวตรงไง ไม่ใช่แนวดิ่งเลยไม่หวาดเสียวเท่าไหร่ แล้วตัว Safetyที่เราใส่อยู่มันก็หนาแน่นมากเลยรู้สึกโอเค 

มีด่านที่เราจะต้องเล่นในป่าทั้งหมด 30 ด่าน ลองดูตามแผนที่เลยนะคะมีด่านนึงยาวตั้ง 800 เมตร นานสะใจดี ตอนที่ลอยอยู่แอบมโนไปว่าเป็นนกด้วย มองลงไปเป็นป่าเขียวๆทั้งนั้นเลย ชอบมาก ลองดูแผนที่นะ ที่นี่มีทั้งหมด 30 ด่าน ที่เราจะต้องเล่น มีทั้งโหนสลิง เดินข้ามสะพาน เดินป่า ไต่บันไดวน โหนสลิงลงจากต้นไม้ รวมๆแล้วอยู่ในนั้นประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า สนุกมากกกกจริงๆเป็นประสบการณ์ครั้งนึงในชีวิตที่ตื่นเต้นและมันส์มาก

พอเล่นเสร็จก็หิว สงสัยเพราะเสียพลังเล่นโลดโผนเยอะไปหน่อย หลังจากเอาของในล๊อคเกอร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว พนักงานก็พาไปกินข้าวในร้านอาหารที่รวมอยู่ในแพคเกจ อาหารไทยที่นี่อร่อยใช้ได้ แต่รสชาติออกแนวฝรั่งนิดๆ มีดนตรีไทยเล่นให้ฟังด้วย

 

หลังจากกินอิ่มก็ได้เวลากลับเชียงใหม่แล้ว หลับไปตื่นนึงก็ถึง ชั่วโมงนึงแป๊ปเดียวเอง ความสนุกยังไม่จบเพราะในแพคเกจรวมเล่น Segway ในเมืองเชียงใหม่ด้วย Segway มันก็คือการขึ้นไปยืนบนเครื่องสีดำๆมีที่จับ ใช้ตัวและเท้าบังคับทิศทาง จะเลี้ยวขวาก็เอียงตัวไปทางขวา จะหยุดก็โยกตัวไปด้านหลัง จะเดินหน้าก็กดน้ำหนักไปที่ปลายเท้า ก่อนจะลงไปถนนจริงเทรนเนอร์จะให้ฝึกเล่นประมาณ 15 นาทีให้คุ้นเคยก่อน เสร็จแล้วลงถนนเลย ฮึ้ย..ตื่นเต้น ดีที่เทรนเนอร์ไปด้วยสองคนคอยประกบหน้าหลังตลอด ก็เลยอุ่นใจหน่อย เราเข้าไปตามซอยเล็กซอยน้อย ไปวัดต่างๆ สนุกดีนะ ไม่ต้องเดิน เลื่อนไปเรื่อยๆตามทางที่อยากไป นี่ก็เป็นอีกประสบการณ์ที่สนุกและประทับใจมาก ได้สำรวจเมืองเชียงใหม่ด้วยวิธีการใหม่ๆ

หลังจากเล่นอะไรเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลาเข้า Check in ที่โรงแรม เราเลือกพักที่โรงแรม Hotel des Artists Ping Silhouette เล็งที่นี่ไว้นานแล้ว คิดว่าถ้าไปเชียงใหม่จะต้องลองมาพักให้ได้

 

แค่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาที่นี่ก็รู้สึกว๊าวแล้ว การตกแต่งจะออกแนวไทยผสมจีน แต่ก็มีความดิบๆและความเท่ในเวลาเดียวกัน โทนสีหลักของที่นี่จะเป็นสีน้ำเงินกับแดง เข้ามาที่นี่คือสวยทุกมุมจริงๆ 

ตื่นเช้ามาก็มีอาหารเช้าน่ารักๆให้ มีเมนูอาหารให้เลือกด้วยด้วย ว่าจะเอาข้าวต้มกุ้ง ขนมปังชีส หรือว่าข้างผัดกุ้ง อะไรประมาณนี้ มาพักที่นี่ 2 คืนก็เลยได้ลองหลายเมนูเลย ที่ติดใจที่สุดคือ ข้าวผัดกุ้ง อร่อยมากๆ

ด้านหน้าก็จะมีคาเฟ่เก๋ๆให้สั่งอาหารและเครื่องดื่มได้ การตกแต่งสวย เก๋ ไม่แพ้ในโรงแรมเลย เฟอร์นิเจอร์และของประดับต่างๆมองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ เชื่อว่าถ้าใครได้มาที่นี่ก็คงจะรู้สึกว๊าวเหมือนพวกเราแน่ๆ

และแล้วทริปเชียงใหม่ก็จบลงแบบประทับใจไม่รู้ลืม มีความสุขทุกครั้งที่นึกถึง ดูจากในคลิปก็คงจะรู้ ตอนโหนสลิงกรี๊ดลั่นป่าเลย 55555 ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้านะค๊า ขอบคุณที่อ่านจนจบเลย ใครอยากพักที่นี่ลองเข้าไปดูในเวปนี้นะคะ http://www.hotelartists.com หรือ โทร 053 249 999

  • Grey Facebook Icon
  • Grey Instagram Icon
  • Grey YouTube Icon

Subscribe for Updates

© 2018 WHENWEWANDER. ALL RIGHTS RESERVE.  รูปทุกรูปในเวปนี้มีลิขลิทธิ์ ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต