HOTEL MUSE

รู้สึกเหมือนกันมั๊ย พอเรายิ่งโตขึ้น ภาระหน้าที่เพิ่มมากขึ้น เวลาใกล้ชิดกับครอบครัวก็น้อยลง เผลอแป๊ปๆพ่อแม่ก็อายุมากแล้ว ใจหายเหมือนกันนะ เมื่อสามพี่น้องมานั่งคุยกันก็ตกลงว่า ต่อไปนี้เราต้องหาเวลาอยู่ด้วยกันบ่อยๆ พาพ่อกับแม่เที่ยวให้เค้ามีความสุขเท่าที่เราจะทำได้ แต่ตอนนี้เวลามีจำกัด เที่ยวได้แค่ในกรุงเทพ ก็พาไปเปลี่ยนบรรยากาศในกรุงเทพนี่แหละ ทริปสั้นๆทริปนี้เลยเกิดขึ้น : )

 

เริ่มจากตื่นเช้ามาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาที่บ้าน สายๆออกไปทำบุญที่โรงพยาบาลสงฆ์ ทานข้าวเที่ยงที่ Central Embassy เดินเล่นซักพัก และไป Check in ที่ Hotel MUSE ตอนแรกคิดอยู่ตั้งนานว่าจะพาพ่อกับแม่ไปพักเปลี่ยนบรรยากาศที่ไหนดีนะ แล้วก็มาตกลงเอาที่นี่เพราะมีหลายเหตุผลที่ชอบ จะสรุปให้ฟังสั้นๆนะคะ แฟนเพจจะได้รู้จักที่นี่กันมากขึ้น :)

This family day out plan started from my bedroom as my sister, my brother, and I were talking about our jobs, our lives. We realized how time flies and we need to spend time with our parents as much as possible. We actually wanted to take our parents for a trip somewhere but our schedules didn't match so we thought why don't we look for a nice hotel in Bangkok for a change? 

After we had breakfast together at home, we went to make a donation at Priest Hospital, off to Central Embassy for lunch and a little shopping, then went to check in at Hotel Muse. Let's see why we love it here : )

1. ทำเลดี อยู่ใจกลางเมืองแถวๆถนนหลังสวน เดินเล่นในห้างเสร็จก็มา Check in ที่นี่ต่อเลย สะดวกดี

Perfect location: Located on Langsuan Road, right in the heart of the city. Just a few minutes’ walk from BTS, and shopping centers. 

 

2. บรรยากาศในโรงแรมสวยมาก คนที่มองภายนอกอาจจะไม่รู้ว่าทุกๆมุมของที่นี่มีเรื่องราวแอบซ่อนอยู่เต็มไปหมด แค่ออกมาจากลิฟท์ ก็เหมือนหลุดมาในยุคของสมัยรัชกาลที่5แล้ว พนักงานต้อนรับเล่าให้ฟังว่าการตกแต่งของที่นี่ได้แรงบันดาลใจมาจากช่วงที่ประเทศไทยกำลังเฟื่องฟู ผู้คนเริ่มมีการเดินทางออกนอกประเทศการออกแบบเลยมีการผสมผสานทั้งเสน่ห์ของความเป็นไทยและความทันสมัยสวยหรูแบบตะวันตก

Stunningly beautiful interior: from the first step you walk into the hotel, you would feel like you were back in the 19th century. The interior decoration was inspired by King Rama V-era and the golden age of travel, the birth of luxury travel on glamorous trains and magnificent ships. The hotel blends the styles of East and West, creates its uniqueness and outstanding characteristics. 

3. ห้องนอน และห้องน้ำสวยหยด ใช้อุปกรณ์ของดีทุกอย่าง ด้วยความที่อยู่กลางเมือง มองออกไปจากหน้าต่างห้องก็จะเห็นตึกน้อยใหญ่ มองเพลินๆเผลอนึกไปว่าอยู่เมืองนอก ลิ้นชักเก็บของในห้องก็เป็นเหมือนกระเป๋าเดินทางสมัยก่อน บรรยากาศรอบๆทุกอย่างชวนให้จินตนาการไปซะหมด

Luxury bedroom and bathroom:  Very comfortable bed, and the bathroom is well-equipped with elegant fixtures, marble vanity, and roll top bath. What we loved the most was the amazingly stylish drawers made of stack of vintage leather suitcases, which gave us a feeling of travels back in the old days. Large windows offer views of low and high-rise buildings. And for a moment we thought we weren't in Bangkok. 

4. ร้านอาหารอิตาเลี่ยนชั้นล่างที่ชื่อ Medici Kitchen & bar อาหารอร่อย รสชาติกลมกล่อม ช่วงนี้จะมีโชว์เก๋ๆที่ชื่อว่า Flavortale Dinner Show ทุกเย็นวันพุธ คือระหว่างที่เราทานอาหารอยู่ก็จะมีโชว์สนุกๆให้ดูเป็นระยะ ใครที่เบื่อทานอาหารแบบเดิมๆ อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศ สร้างความสุนทรีให้กับชีวิต และทานอาหารให้มีอรรถรสขึ้น แนะนำที่นี่ โชว์นี้จะมีถึงแค่วันที่ 27 กันยานี้เท่านั้นนะคะ 

The best Italian restaurant in town: Medici Kitchen & Bar, award winning Italian restaurant for three consecutive years. Need I say more? Plus, enjoy live show, Flavortale, on every Wednesday night.  Come and experience it. The show will be performed till 27th September 2017. 

5. อีกร้านที่คิดว่าหลายคนน่าจะเคยไปมาแล้วคือ The Speakeasy Rooftop Bar ถ้าใครชอบแนวชิลๆ นั่งกินข้าวไปด้วย ชมวิวไปด้วย จิบค็อกเทลเพลินๆแล้วล่ะก้อ ที่นี่เหมาะเลย วันนั้นสั่งอาหารไป 4 อย่างอร่อยทุกจาน ดูรูปในอัลบัมนะคะ

Rooftop bar: The Speakeasy, one of the best rooftop bars with spectacular views of Bangkok. Their cocktails were amazing and food was fantastic. Sipping cocktails while enjoy watching the sunset was a true relaxation. 

อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งมา อร่อยทุกจาน อร่อยแบบน้ำตาจะไหล จานที่เอาเข้าปากแล้วฟินที่สุดก็คือ Garlic Prawns (250B.) หรือเรียกง่ายๆคือกุ้งกระเทียมนั่นเอง 5555 กระเทียมหอมมาก กุ้งหวานมากกก และขนมปังก็กรอบอร่อยให้อันดับหนึ่งเลยจานนี้ รองลงมาก็คือ Speak Easy Lobster Club อันนี้กัดไปคำแรกก็ชอบมาก หรือว่าเราชอบกุ้งอยู่แล้วก็ไม่รู้นะ รู้แต่ว่ารสชาติดี๊ดี ยิ่งกินตอนร้อนๆนะ หื้มม มันสุดจริงๆ (450B.) ต่อมาก็คือ Mix Tapas platter (530B.) และผัดกระเพราหมูกรอบ (340B.)สองอันนี้ให้อร่อยพอๆกันเลย ปลาหมึกชุบแป้งทอดใน Mix Tapas รสกลมกล่อมมาก กระเพราหมูก็รสชาติดีเข้มข้นสะใจ พูดง่ายๆว่าที่สั่งมาคืออร่อยหมด

Our most favorite dish was Garlic Prawn. Nice smell of garlics, shrimps were fresh and sweet, served with grilled bread (250B.) Next, Speak Easy Lobster Club (450B.) There’re not better words to describe than ‘Love at first bite’! We also had Mix Tapas Platter (530B.)and Pad Krapow with Crispy Pork (340B.) which were all scrumptious.

ส่วนเมนูเครื่องดื่มค็อกเทลที่ได้ลองมี 4 แก้วด้วยกัน ที่ชอบสุดคือ Citrus Colin (330B.) รสชาติจะออกส้มๆหน่อย สดชื่นมาก แก้วต่อมาคือ Wasabi Martini (333B.)

ทีเด็ดอยู่ตรงที่ความสร้างสรรค์ จิบแล้วมีกลิ่นหอมวาซาบิอ่อนๆไม่ฉุน เสิร์ฟพร้อมกับแซลม่อนชิ้นเล็กๆ ดีงามตรงที่ทานคู่กันแล้วกลมกล่อมมาก G&T ก็อร่อยดี น่าจะถูกใจคนที่ชอบลิ้นจี่เพราะเค้าใส่ลิ้นจี่มาให้ด้วย (350B.)แก้วสุดท้ายสำหรับคนคอแข็งนิดนึง Bacon Old Fashioned (350B.)มาเสิร์ฟแบบเก๋ๆ เปิดแก้วครอบมีควันฟุ้งออกมา หอมเบคอนมาก ส่วนรสชาติจะมีกลิ่นเหล้าหน่อยๆ จิบเพลินๆหมดแก้วเลยจ้า ภาพรวมบรรยากาศตรงนี้มันชิลมากด้วยแหละ วิวก็ดี อาหารอร่อยอีก เลยชอบมากต้องมาลองเองแล้วจะรู้

We ordered 4 cocktails: Citrus Colin; gin, citruses and soda are fantastic combination and very refreshing(330B.) Wasabi Martini; we’ve never thought wasabi goes well with drinks but it does! Served with a piece of salmon, this cocktail is something you should try (333B.) G&T; not just a simple and plain G&T, It comes in light purple color from butterfly pea with lychee on top (350B.) The last one, Bacon Old Fashioned is quite strong (350B.) Served in a small glass dome which releases the smoke of bacon when open, this drink is undoubtedly an Instagram worthy!  

อีกมุมที่ชอบคือที่สระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำของที่นี่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ด้วยวิวตึกสูงๆ บรรยากาศโดยรอบและเพลงบรรเลงที่เปิด ก็ทำให้มุมนี้กลายมาเป็นมุมโปรดที่นอกจากจะมาว่ายน้ำแล้วก็สามารถมานั่งชิล ถ่ายรูปเล่น และนอนอ่านหนังสือได้เหมือนกัน

Another favorite spot was the swimming pool. The size was rather small but with subtle background music and great city views, it’s was nice place to chill and relax.

อาหารเช้าของที่นี่มีให้เลือกหลากหลาย มีขนมปังนานาชนิด ไส้กรอก เบคอน ข้าวต้ม ผัดหมี่ ที่ถูกใจที่สุดคือทาโกะยากิแล้วก็ชาลาเปาไส้ชาไทย รสชาติถูกใจมากๆ กินไปคนเดียวตั้งหลายลูกแน่ะ ส่วนถ้าใครมาพักกันหลายคนหรืออยากมีมุมส่วนตัวก็สามารถเข้าไปนั่งทานในห้องได้ วิวตึกสูงๆที่มองออกไปจากนอกหน้าต่างไม่ค่อยคุ้นตาซักเท่าไหร่ทำให้เผลอมโนไปว่าอยู่ใจกลางนิวยอร์คได้เหมือนกัน

Breakfast buffet was excellent with wide selections of pastries, sausages, porridges, and noodles. Also, takoyaki and Thai-tea baos were so good that I went back for a refill. The views of buildings in downtown sometimes made us feel like we were in New York  ^^

สรุปว่า Hotel Muse ก็เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่เราประทับใจ เป็นโรงแรมคุณภาพที่คิดว่าไม่ต้องไปไกลถึงต่างจังหวัดก็สามารถมาพักผ่อนนอนเล่นแล้วมีความสุขไม่ต่างกัน งานนี้ไม่ต้องถามว่าพ่อแม่ปลื้มมั๊ย ยิ้มแก้มปริเลยค่ะ แค่หนึ่งวันกับหนึ่งคืนที่ครอบครัวได้ใช้เวลาด้วยกัน ก็เป็นอะไรที่พิเศษมากที่สุดแล้ว แฟนเพจ Whenwewander ก็เหมือนกันนะคะ อย่าลืมหมั่นพาพ่อแม่ไปเที่ยวให้พวกเค้าได้ชื่นใจบ้างน๊า

From all of the above, Hotel Muse can easily be one of our most favorite hotels in Bangkok. Even this was just a day out but it was surely well spent. We had such a great time and were more than happy, especially our parents.

  • Grey Facebook Icon
  • Grey Instagram Icon
  • Grey YouTube Icon

Subscribe for Updates

© 2018 WHENWEWANDER. ALL RIGHTS RESERVE.  รูปทุกรูปในเวปนี้มีลิขลิทธิ์ ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต