Anantara Dhigu Maldives Resort

มาแล้วค่า ได้เวลารีวิวมัลดีฟส์กันอีกรอบ

ไปมัลดีฟส์มาสองรอบ ความสวยและความน่ารักของน้ำทะเลสีฟ้าอ่อนสดใส ก็ยังคงเป็นอะไรที่ประทับใจเหมือนทุกที

ในรีวิวนี้เราจะเล่าถึงเรื่องน่ารู้ก่อนไปมัลดีฟส์ การเตรียมตัวต่างๆ

และเรื่องราวของโรงแรม Anantara Dhigu Maldives Resort พร้อมกับกับจุดถ่ายรูป 11 มุมเด็ด ที่มาแล้วไม่ควรพลาดเด็ดขาด

 

 

หลายคนคงคิดว่า ไปมัลดีฟส์ไม่ว่าเกาะไหนมันก็เหมือนกันหมด

จริงๆแล้วไม่นะคะ ถึงเป็นมัลดีฟส์เหมือนกัน แต่ถ้าไปคนละเกาะ ฟิลมันก็จะต่างกันไป

ถ้าพร้อมจะไปรู้จักมัลดีฟส์ให้มากขึ้นแล้วละก็ มาอ่านรีวิวกันได้เลยค่ะ ❤

การเดินทาง

เรานั่งสายการบินบางกอกแอร์เวย์บินตรงไปมัลดีฟส์ ใช้เวลา 4 ชั่วโมง บินกับสายการบินนี้อะไรๆมันก็จะบูทีคไปหมด :) เครื่องใหญ่ นั่งสบาย และถ้าใครเป็นสมาชิค Flyer Bonus ชั้น Premier ก็จะสามารถเช็คอินแถวพิเศษ แล้วก็จะใช้ Blue Ribbon Club Lounge ของชั้นธุรกิจเพื่อพักผ่อนก่อนขึ้นเครื่องได้ด้วย ใน Lounge จะมีอาหารต่างๆให้เลือกเยอะเยอะมากมาย ที่ชิมแล้วติดใจสุดๆ มาที่ไรต้องสั่งก็จะเป็น ข้าวต้มหมูสับเห็ดหอม รสชาติดีมาก อร่อยมากจริงๆ ขนมจีบ ซาลาเปาก็เด็ด

พอใกล้ถึง ถ้าเรามองออกไปนอกหน้าต่างก็จะเห็นเกาะสวยๆสีฟ้าๆแบบนี้ มัลดีฟส์ใหญ่กว่าที่คิดไว้ตอนแรกมากเลย มีเกาะเล็กเกาะน้อยรวมกันพันกว่าเกาะ แต่มีแค่ประมาณ 200 เกาะเท่านั้นที่คนอาศัยอยู่ได้ โรงแรม รีสอร์ท และที่พักต่างๆก็จะกระจายตัวอยู่ตามเกาะพวกนี้ เพราะฉะนั้นแต่ละที่ก็จะมีความพิเศษแตกต่างกันไป เช่น บางเกาะนกเยอะ บางเกาะมีปลาเยอะ อะไรทำนองนี้ เป็นความเหมือนที่แตกต่าง แต่สิ่งที่ทุกเกาะมีเหมือนกันน่าจะเป็นความสวยงามของน้ำทะเลสีฟ้าอ่อน เอกลักษณ์ของมัลดีฟส์ที่ใครๆก็หลงรัก

พอลงเครื่องมา เราก็ต้องต่อเรือไปยังที่พักค่ะ อันนี้ขึ้นอยู่กับความใกล้ไกลด้วยนะ บางที่อยู่ไกลเค้าก็จะให้เรานั่ง Seaplane ไป บางที่อยู่ใกล้ก็นั่งเรือได้ อย่างที่ Anantara Dhigu เราต้องนั่งเรือไปค่ะ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึง โรงแรมในเครืออนันตราดูแลลูกค้าดีมากๆ เค้าจะมีห้องรับรองให้นั่งจิบ ชา กาแฟเพื่อรอเวลาไปลงเรือ ในห้องนี้มี wifi ให้ด้วย

Resort

ความประทับใจแรกตอนไปถึงรีสอร์ท คือการต้อนรับที่อบอุ่นของพนักงานที่นี่ค่ะ ไปถึงเจอทะเลสวยๆไม่พอ เจอพนักงานยิ้มแฉ่งต้อนรับ พร้อมเสียงกลองบรรเลง หายเหนื่อยเลย กลับกลายเป็นตื่นเต้นแทน อยากเห็นห้องพักแล้ว :)

และแล้วก็ถึงเวลาที่รอคอย มาถึงห้องพักแล้วว สิ่งที่เซอร์ไพรส์มากๆคือมีพนักงานรออยู่แล้ว มาคอยบริการนวดเท้าให้ โอ๊ย ประทับใจมาก เหมือนกับรู้ว่าแขกเดินทางเหนื่อยๆ นวดเท้าซักนิดให้สดชื่น แล้วกลิ่น Scrub ของเค้าจะหอม pepermint มันได้ผลนะ รู้สึกสดชื่นขึ้นมาเลยจริงๆ การเอาใจใส่ลูกค้าและสนใจในดีเทลเล็กๆน้อยๆต้องยกนิ้วให้โรงแรมในเครืออนันตรา เลยค่ะ ไปพักหลายที่แล้วไม่เคยผิดหวังเลยซักครั้ง

ห้องที่เราพักเป็น Sunrise Over water suites การตกแต่งก็จะมีกลิ่นอายความเป็นไทยผสมอยู่ เป็นการผสมผสานความเป็นมัลดีฟส์กับความเป็นไทยได้อย่างพอดิบพอดี

ที่ชอบที่สุดคือมุมนี้ค่ะ มีอ่างอาบน้ำให้นอนมองวิวทะเล โอ๊ย คนชอบแช่อ่างจะต้องฟินหนักมากพูดเลย ม่านตรงนี้ก็จะเป็นม่านอัตโนมัติ กดให้เปิดปิดได้ตามใจ

อีกอย่างที่เห็นพ้องต้องกันว่าเลิฟมากกก็คือ ตรงห้องน้ำ ตรงโถสุขภัณฑ์เค้าจะเจาะช่องให้มองเห็นปลา ทุกครั้งที่เรามานั่งตรงนี้ มันจะเพลินมาก 5555555 มีตอนนึงนั่งฉี่อยู่ แล้วมีปลาสีๆตัวใหญ่ๆว่ายผ่าน ตื่นเต้นมาก เป็นการฉี่ที่มีความสุขและเพลินที่สุดในชีวิตก็ว่าได้

ในห้องเค้าก็จะมีผลไม้ และแชมเปญอะไรไว้ต้อนรับ พอเราเก็บของอะไรเรียบร้อย นั่งพักให้หายเหนื่อยก็ได้เวลาจิบอะไรเย็นๆให้หายเหนื่อย แล้วก็ได้เวลาเล่นน้ำเย่ๆ มามัลดีฟส์ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ กิจกรรมทางน้ำล้วนๆ

พวกห่วงยางอะไรให้เตรียมเช่ามาเองนะคะ ที่รีสอร์ทไม่ได้มีให้ สองอันนี้เราเช่าของร้าน Lotz SHOP จะมีห่วงยางแปลกๆเยอะดี เจ้าของชื่อคุณเตยน่ารัก อัธยาศัยดี จะไปเที่ยวทะเลที่ไหน ถ้าต้องใช้ห่วงยางลองเข้าไปเลือกดูได้ค่ะ มีที่สูบลมเล็กๆมาให้ด้วย สะดวกมาก : )

FB : https://facebook.com/Lotz.SHOP/

IG : Lotz.shop

มามัลดีฟส์ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือชุดว่ายน้ำ พกมาหลายๆตัวเผื่อไว้ก่อน เพราะมาที่นี่เราจะได้เล่นน้ำทั้งวันเลย แนะนำชุดว่ายน้ำยี่ห้อ Aprilpoolday ค่ะ มารู้ตัวอีกที มีชุดว่ายน้ำของร้านนี้เกือบทุกสีแล้ว 55555 ชอบสี ชอบทรง ที่สำคัญเลยคือ ใส่แล้วดูผอม ไม่อ้วน ติดใจซื้อทุกรุ่นเลย แฮ่ ลองเข้าไปดูได้ที่

FB : https://facebook.com/aprilpooldays/

IG : aprilpoolday

อยู่นี่วันๆไม่ได้ทำไรนอกจากดำน้ำ ว่ายน้ำ พายคายัค นั่งมองทะเล ดีย์ : )

นี่ ชิงช้าในตำนาน ถ้ามา Anantara Dhigu Maldives Resort แล้วต้องมาถ่ายรูปตรงนี้นะ ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึง ตรงนี้เป็นจุดที่พอจะบินโดรนได้ เพราะค่อนข้างห่างจากที่พักไม่ได้รบกวนใคร ที่นี่เค้าจะเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวของลูกค้าที่มาพักค่ะ แต่ไฮไลท์คือที่ชิงช้าตรงนี้ นั่งชิงช้าปล่อยใจให้ไหลๆ ดูฟ้า ดูทะเล ไม่ต้องคิดเรื่องงาน เป็นความรู้สึกที่ดีมากนะ ถ้าได้มาลองดูค่ะ

คราวนี้จะพามาดูจุดถ่ายรูปของที่นี่กันว่าที่ Anantara Dhigu มีจุดไหนสวยๆน่าถ่ายรูปมั่ง


1. เกาะ Gulhifushi หรือ Picnic Island

มันเป็นเกาะเล็กๆที่มีชิงช้าไม้ตั้งอยู่ เราสามารถไปเกาะนี้ได้สองทาง คือ ว่ายน้ำจากห้องไป 555555 หรือไปขึ้นเรือตรง Reception นั่งไป 5 นาทีถึง เราลองทั้งสองแบบแล้ว ถ้าไม่ได้พกกล้องไปด้วย ก็เกาะห่วงยางแล้วลอยไปก็ถึง แต่ถ้ามีกล้องไปวิธีแรกเสี่ยงกล้องโดนน้ำทะเลก็นั่งเรือไปจะดีกว่า

ใครชอบเสียงเพลง อารมณ์ประมาณ Music Lover แนะนำให้พกลำโพงเล็กๆ Bluetooth Speaker มาด้วยนะคะ เสียงที่ออกจากลำโพงมันจะฟินกว่าเปิดจากมือถือ พูดเลยว่าเสียงเพลงมีส่วนช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น นี่มาที่สวยๆอยู่แล้ว ยิ่งได้ฟังเพลงที่ชอบไปด้วยนะ ดีงาม ใจมันจะผ่อนคลายแล้วก็มีความสุข เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายและใจได้พักจากความเครียดมารับพลังดีๆ

ตั้งแต่ซื้อลำโพงอันนี้มาติดมา ไปไหนก็พกไปทุกทีเลย ใครสนใจลองไปหาซื้อได้ ของยี่ห้อ B&O Play ชอบดีไซน์ เสียงดี แล้วก็ใช้งานง่ายมาก มีขายหลายที่เลยค่ะ หลักๆก็ที่ Istudio,เจมาร์ท, Siam discover, Power buy ไว้เดี๋ยวมารีวิวให้ฟังว่าใช้แล้วทำไมถึงชอบ : )

2. มุมรังนก

แถวๆหน้า Reception ให้เดินเลียบหาดมาทางด้านขวา เราจะเจอกับมุมนี้ค่ะ เก๋ดี

กระเป๋า Herschel ใบนี้ลายเท่มาก เหมาะกับทริปทะเลเลย ซื้อที่ Bratpack Thailand

FB : https://facebook.com/BratpackThailand/

3. มุมโต๊ะทานข้าวหน้า Reception

 

มุมนี้จะอยู่ตรงทางที่เราขึ้นเรือมาถึงเกาะ แถวๆหน้า Reception จะมีโต๊ะให้นั่งทานอาหารตรงนี้ น่านั่งแค่ไหนดูจากรูปนะคะ : ) นั่งทานอาหารอร่อยๆ พร้อมทั้งมองวิวทะเลมัลดีฟไปด้วย คงเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ

4. มุมหน้าที่พัก

 

มามัลดีฟส์แล้ว มุมยอมฮิตของทุกที่ก็คงไม่พ้น มุมหน้าที่พักค่ะ เป็นอะไรที่พลาดไม่ได้เลย จะบอกว่าชอบหลังคาห้องพักที่นี่มากๆ ไม่รู้ทำไม รู้สึกว่าพอแสงแดดมากระทบกับหลังคา สีมันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆตามทิศที่เรามอง สวยและดูเข้ากับบรรยากาศทะเลมากๆอะ

5. ในห้องพัก

 

มีรูปมุมหน้าห้องพักแล้ว ในห้องพักก็ยิ่งไม่ควรพลาด โดยเฉพาะตรงบันไดที่ยื่นลงไปในทะเล เห็นหลายๆคนชอบมาถ่ายรูปตรงมุมนี้กัน แต่ที่อนันตราพิเศษหน่อย มีมุมอ่างอาบน้ำกับวิวทะเลด้วย ชอบมาก มุมนี้สวย มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่น เห็นปุ๊ปรู้เลยว่าต้องเป็นที่นี่แน่นอน ช่วงเวลาเที่ยงที่แดดกำลังร้อน สู้แดดไม่ไหว ไม่สามารถออกไปเล่นน้ำทะเลกลางแดดจัดๆได้แนะนำให้มานอนเปิดเพลงเพราะๆแช่น้ำอุ่นในอ่างนี่แหละ ฟินสุดละ

จะให้ฟินมากขึ้นแนะนำให้ซื้อ Bathbomb ของ Rush มาด้วย โยนไปในอ่าง น้ำกลายเป็นสีฟ้าหมดเลย หอมมมมาก และยังไม่พอมีเกล็ดระยิบระยับในน้ำ มันดีงามมากจริงๆ พูดถึง Rush เราชอบยี่ห้อนี้ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่ซิดนี่ย์ละนะ มันเป็นแบรนด์ของที่โน่น พอรู้ว่ามาเปิดที่ไทย ดีใจมาก ชอบผลิตภัณฑ์เค้ามาก โดดเด่นที่กลิ่นหอม ทริปนี้เตรียมพร้อมมาก พกมา4อย่าง มี Bath bomb, Bubble bar แล้วก็ครีมบำรุงผิวหลังโดนแดด Body Lotion และ Sun Lotionใช้ดีอยู่นะ

6. ชิงช้าสวรรค์

 

มุมถ่ายรูปต่อไปคือมุมเปลที่อยู่กลางน้ำ แต่ทำไมไออุ้ม เพื่อนที่ไปด้วยมันถึงเรียกมุมนี้ว่าชิงช้าสวรรค์วะ งงมาก 555555 แต่ที่งงกว่าคือเราก็เรียกตามมัน มุมนี้ถือว่าเป็นมุมวัดใจ เพราะไอชิงช้านี้มันจะอยู่กลางทะเล กว่าจะไปถึงต้องพายคายัคไป แล้วตอนที่ไปคลื่นอย่างแรง คิดว่าเรือจะคว่ำแล้ว แต่ก็นะ อะไรก็ไม่พ้นความพยายาม ไปถึงจนได้ กล้ามแขนจะขึ้นก็เพราะมุมนี้แหละ เวลาไปเนี่ย ดูระดับน้ำด้วยนะคะ เราพายไปตรงนี้สองรอบ รอบแรกน้ำพอดีเลย นอนในเปลได้แบบกำลังฟิน อีกรอบไปถึงน้ำสูง นอนไม่ได้เลย แต่ก็ภูมิใจที่พายมาถึงจนได้ 5555

7. Sport center


มุมนี้จะอยู่ตรงด้านหน้าทางเดินข้ามทะเลไปยัง Over water suit ตรงนี้ก็ถ่ายรูปสวยเหมือนกัน ตามรูปแรกในอัลบัมนี้เลยค่ะ จริงๆแล้วทะเลมัลดีฟส์สีจะต่างกันตามช่วงเวลา ตอนเช้าๆสีจะยังไม่สดเท่าไหร่ สีจะออกฟ้าสดตอนที่มีแดดสองมาที่ทะเล ประมาณซัก9โมงกว่าๆทะเลก็สวยละ

8. ร้านอาหาร Aqua

 

ที่นี่เป็นร้านอาหารที่มี Infinity pool อยู่ด้านหน้า อยู่ตรงนี้อะไรๆก็ฟ้าไปหมด สั่งอาหารมานั่งกินมองวิวตรงนี้ มันก็จะอิ่มๆหน่อย อิ่มอกอิ่มใจนะ :)

9. ร้านอาหาร Sea Fire Salt

 

ที่นี่ก็วิวดี อาหารทะเลเด็ดมาก อยู่ตรงนี้ถ้ามากินตอนกลางวัน เราจะได้รูปอาหารกับทะเลสีน่ารักแบบนี้

10. มุมสปา


อีกหนึ่งกิจกรรมที่แนะนำให้มาทำตอนกลางวัน ตอนที่แดดร้อนๆก็คือมานวดค่ะ ในรูปคือโซนสปาทั้งหมด ตอนนวดก้มหน้าไปก็จะเห็นทะเล ส่วนด้านนอกก็มีศาลานวดนะคะ สำหรับคนที่อยากจะนวดไป รับลมทะเลไปก็มานอนนวดตรงนี้ได้

มาถึงกิจกรรมกันบ้างค่ะ เราออกเรือไปดำน้ำกับทางรีสอร์ท จะได้ไปดูตรงน้ำที่ลึกๆว่ามีตัวอะไรบ้าง ก็สนุกดีนะ เห็นสัตว์แปลกๆหลายชนิด ทั้งสวยและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน 5555

11. ดูพระอาทิตย์ตกดิน

 

มุมสุดท้ายที่จะแนะนำก็คือ ให้หันหน้าไปตรงทางเดินเข้าห้องพัก Over Water Suit ทะเลด้านซ้ายมือ เหมาะแก่การมานั่งดูพระอาทิตย์ตกมาก

ตกดึกก็ถ่ายดาวไปเรื่อยเปื่อย ถ่ายติดช้างเผือกด้วย

แวะพามาดูร้านอาหารญี่ปุ่นที่นี่มั่ง ร้านชื่อ Origami ร้านตกแต่งสวย อาหารที่สั่งมาก็อร่อยทุกจาน ผ้าเย็นที่ให้มาเช็ดมือหอมมากกกกก

Anantara Dhigu จะอยู่ไม่ไกลกับ Anantara Veli ค่ะ สามารถนั่งเรือข้ามหากันได้ ใกล้ๆไม่เกิน10นาทีก็ถึง ข้อดีคือ แขกที่มาพักของทั้งสองที่ สามารถข้ามไปข้ามมา เพื่อมาทานอาหารหรือมาถ่ายรูปในมุมสวยๆของอีกที่ได้ เราได้ข้ามไปทานร้านอาหารไทยที่ Baan Huraa ที่นี่ห้องอาหารจะตั้งอยู่กลางน้ำ มีความสวย โรแมนติค ที่พีคสุดตือ เชฟเป็นคนไทย อาหารรสชาติไทยจริงๆไม่ใช่แบบทำให้ฝรั่งกิน อร่อยมากๆ มามัลดีฟส์ได้กินเมี่ยงคำด้วย เลิศป่ะล่ะ 55555 ใครมาแล้วอยากกินอาหารไทย สบายมากมาที่ห้องอาหารนี้เลยค่ะ แต่แนะนำให้โทรจองก่อนนะคะ มีคืนนึงไปแบบไม่ได้จองแล้วที่นั่งเต็ม อาหารไทยป๊อปปูล่ามาก แขกที่มาพักชอบ

ตื่นเช้ามาเห็นวิวนี้ ข้อดีของการอยู่ห้อง Sunrise Over Water Suit ^^ 

นี่อาหารเช้าค่ะ ที่ห้องอาหาร Fushi Cafe มีอาหารให้เลือกเยอะมาก หลากหลายชนิด 

และแล้วเวลาแห่งความสุขก็หมดลง พูดเลยว่าทุกครั้งที่ได้มาที่มัลดีฟส์ ก็ได้ความทรงจำดีๆ และพลังบวกกลับบ้านไปทุกที ในรูปเป็นภาพตอนที่เรากำลังขึ้นเรือกลับ พนักงานก็กำลังโบกมือบ๊ายบาย

Until we meet again Maldives

xoxo

  • Grey Facebook Icon
  • Grey Instagram Icon
  • Grey YouTube Icon

Subscribe for Updates

© 2018 WHENWEWANDER. ALL RIGHTS RESERVE.  รูปทุกรูปในเวปนี้มีลิขลิทธิ์ ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต